ยกสองมาแล้ว! เรื่องน่ารู้ก่อนถึงเกมแดงเดือด

0

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ เป็นการกลับมาอีกครั้งของศึก “แดงเดือด” ในฉบับเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยหนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นฝ่ายเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล บ้าง หลังจากนัดแรก “หงส์แดง” เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะคู่อริตัวฉกาจไปก่อน 3-1 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา

แน่นอน ถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีสภาพเหมือนในเกมแรกที่เจอกันแล้วล่ะก็ ลิเวอร์พูล ก็คงมีโอกาสย้ำแค้นสูง อย่างไรก็ตาม “ปีศาจแดง” เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือนับตั้งแต่ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาคุมทีมด้วยสัญญาชั่วคราวเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงขนาดติดท็อปโฟร์แล้ว

เรื่องดังกล่าวทำให้ตอนนี้เกมออกได้ทั้ง 3 หน้า ซึ่งผลการแข่งขันนัดนี้มีความสำคัญกับทั้งคู่มากๆ เพราะทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังลุ้นแชมป์อยู่ ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องการแต้มเพื่อเป้าหมายของการที่จะยังเป็นท็อปโฟร์ตอนจบฤดูกาลนี้ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับทั้งสองทีมกัน

: 3 มหัศจรรย์ ที่ไม่มหัศจรรย์เมื่อเจอ แมนฯ ยูไนเต็ด
แน่นอนว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ คือ 3 ประสานในแนวรุกที่ยอดเยี่ยมของ ลิเวอร์พูล แม้ว่าพักหลังจะดร็อปลงไปบ้าง แต่พวกเขาก็ถือเป็นกลุ่มตัวรุกที่พร้อมจะแผลงฤทธิ์ใส่ทุกทีม

 

ยกสองมาแล้ว! เรื่องน่ารู้ก่อนถึงเกมแดงเดือด

 

อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรที่พอถึงเกมแดงเดือดใน พรีเมียร์ลีก แล้วนั้น พวกเขามักจะฟอร์มดับไปดื้อๆ โดยนับตั้งแต่ที่ ซาลาห์ ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2017 ทั้ง 3 คนก็มีส่วนร่วมกับประตูในเกมแดงเดือดฉบับเกมลีกรวมกันเพียงแค่ 1 หนเท่านั้น นั่นคือ 1 ประตูของ มาเน่ ในเกมนัดล่าสุด

จริงอยู่ว่า ลิเวอร์พูล ยังมีนักเตะคนอื่นๆ ที่พร้อมเล่นงาน แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ยังไงซะทั้ง 3 คนก็ถือเป็นตัวความหวังหลักในการทำประตูของ “หงส์แดง” และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก็คงหวังว่าพวกเขาจะโชว์ฟอร์มเก่งในเกมแดงเดือดได้สักที

: ซาลาห์ ลุ้นทำสถิติ
ถึงแม้ซีซั่นนี้จะฟอร์มดร็อปไปจากซีซั่นก่อนนิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่า ซาลาห์ ทำผลงานได้น่าประทับใจ เขายิงในลีกประจำฤดูกาลนี้ไปแล้ว 17 ลูก ทำให้ถ้านับรวมกับ 32 ประตูในซีซั่นก่อน เขาก็ยิงใน พรีเมียร์ลีก ให้กับ ลิเวอร์พูล รวมแล้ว 49 ประตู จากการลงเล่นเพียง 62 นัด

 

ยกสองมาแล้ว! เรื่องน่ารู้ก่อนถึงเกมแดงเดือด

 

ผลงานดังกล่าวทำให้ตอนนี้ ซาลาห์ มีลุ้นกลายเป็นนักเตะที่ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก ต่อการเล่นกับ 1 ทีมถึงหลัก 50 ลูกเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยตอนนี้เจ้าของสถิติดังกล่าวคือ อลัน เชียเรอร์ ที่ใช้เวลาไป 66 เกม ในการยิงให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส แตะหลักครึ่งร้อย

แน่นอน ต่อให้พลาดเกมนี้ไป ซาลาห์ ก็ยังมีลุ้นทำลายสถิติของ เชียเรอร์ ได้อยู่ แต่จะมีอะไรเท่ไปกว่าการทำสถิติได้ในเกมแดงเดือดอีกล่ะ ?

: อลีสซง ทำได้ดีกว่า เด เคอา
ตลอดช่วงหลายฤดูกาลก่อนหน้านี้แฟนบอล พรีเมียร์ลีก หลายคนต่างก็เห็นตรงกันว่า ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตู แมนฯ ยูไนเต็ด คือหนึ่งในนายทวารที่เก่งที่สุดของลีก การที่เขาติดทีมยอดเยี่ยมของ พรีเมียร์ลีก ตามการจัดของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพในอังกฤษกับเวลส์ (พีเอฟเอ) ถึง 5 สมัย คือสิ่งที่ตอกย้ำถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี

 

ยกสองมาแล้ว! เรื่องน่ารู้ก่อนถึงเกมแดงเดือด

 

อย่างไรก็ตาม ในซีซั่นนี้หลายคน โดยเฉพาะแฟน ลิเวอร์พูล มองว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารที่ “หงส์แดง” เพิ่งคว้าตัวมาร่วมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็เจ๋งไม่แพ้กัน และอาจจะเก่งกว่า เด เคอา ด้วยซ้ำ จากการที่เขามีส่วนทำให้ทีมเสียประตูในลีกจนถึงตอนนี้ไปเพียง 15 ลูกเท่านั้น

แน่นอน พอเกิดคำพูดแบบนั้นขึ้นมา มันก็ทำให้เกิดการถกเถียงกันว่าระหว่าง เด เคอา กับ อลีสซง ใครเก่งกว่ากัน ?

 

ยกสองมาแล้ว! เรื่องน่ารู้ก่อนถึงเกมแดงเดือด

 

ถ้ากางสถิติในตอนนี้ออกมาแล้วนั้น ต้องบอกว่า อลีสซง ทำผลงานได้เหนือกว่า เด เคอา สิ่งที่เป็นหลักฐานตอกย้ำถึงเรื่องนั้นคือ “ค่าเฉลี่ยการเซฟในจังหวะที่น่าจะเสียประตู” ที่อ้างอิงโดย อ็อปต้า สื่อบันทึกสถิติชื่อดัง โดยที่ อลีสซง มีค่าเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 4.84 ลูก หรือถ้าพูดอีกแบบก็คือถ้าไม่ใช่เพราะ อลีสซง โชว์ฟอร์มเซฟแล้วล่ะก็ ลิเวอร์พูล ก็ควรจะต้องเสียประตูมากกว่าในตอนนี้อยู่ที่ 4.84 ลูกนั่นเอง ส่วนผลงานด้านนี้ของ เด เคอา อยู่ที่ 1.06 ลูก

สำหรับ “จังหวะที่น่าจะเสียประตู” นั้น อ็อปต้า ระบุว่าดูจากปัจจัยหลายอย่าง อาทิเช่น รูปแบบการยิง, การยิงจากจุดไหน, ลูกพุ่งยังไง ฯลฯ ซึ่งในฤดูกาลนี้ อลีสซง ก็โชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟได้มากกว่า เด เคอา เยอะพอตัวเลยทีเดียว

 

ยกสองมาแล้ว! เรื่องน่ารู้ก่อนถึงเกมแดงเดือด

 

นอกจากนี้ อลีสซง ยังมีส่วนร่วมในด้านการเปิดบอลทั้งสั้นและยาว จนมีส่วนกับเกมบุกของ ลิเวอร์พูล ด้วย เพราะเขามีส่วนร่วมในจังหวะการเล่นเกมบุกที่สุดท้ายกลายเป็นประตูถึง 6 ครั้ง ขณะที่ของ เด เคอา อยู่ที่ 5 หน ดังนั้นแล้วตอนนี้มันก็ไม่ผิดอะไรถ้าจะบอกว่า อลีสซง มีผลงานเหนือกว่าอีกฝ่าย

: คู่ซี้ ป็อกบา-แรชฟอร์ด
นับตั้งแต่ที่ โซลชา เข้ามาคุมทีม นักเตะหลายคนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เล่นได้ดีขึ้นกว่าสมัยของ มูรินโญ่ เยอะ ปอล ป็อกบา กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด คือ 2 นักเตะที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งนั่นก็ทำให้พวกเขาได้รับคำชมอย่างมาก

 

ยกสองมาแล้ว! เรื่องน่ารู้ก่อนถึงเกมแดงเดือด

 

นอกจากจะทำผลงานส่วนตัวได้ดีแล้วนั้น ป็อกบา กับ แรชฟอร์ด ก็เข้าขากันได้เป็นอย่างดีด้วย โดยในยุคของ โซลชา พวกเขาได้อยู่ในสนามในเกมลีกร่วมกัน 8 หน และแอสซิสต์ให้กันและกันได้ 3 ครั้ง แถมยังสร้างโอกาสการทำประตู (นับรวมทั้งการทำประตูได้ และการยิงไม่เข้า) ถึง 12 หนเลยทีเดียว

 

ยกสองมาแล้ว! เรื่องน่ารู้ก่อนถึงเกมแดงเดือด

 

: โซลชา ผลงานแจ่มกว่า คล็อปป์
แน่นอนว่าถ้าเทียบดีกรีและชื่อชั้นแล้วนั้น โซลชา ไม่มีทางสู้ คล็อปป์ ได้เลย อีกฝ่ายเคยเป็นถึงนายใหญ่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่หักด่าน บาเยิร์น มิวนิค จนคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา ไปครองได้ ส่วนถ้วยแชมป์ของ โซลชา ในฐานะกุนซือ มีแค่การเคยพา โมลด์ ทีมในประเทศนอรฦ์เวย์ เป็นแชมป์ลีกกับแชมป์บอลถ้วยเท่านั้น

 

ยกสองมาแล้ว! เรื่องน่ารู้ก่อนถึงเกมแดงเดือด

 

อย่างไรก็ตาม ถ้านับเฉพาะผลงานตั้งแต่ที่ โซลชา เข้ามาคุม แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วล่ะก็ มันก็ต้องบอกว่ากุนซือชาวนอร์เวย์พาทีมทำได้ดีกว่า ลิเวอร์พูล ของ คล็อปป์ หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนแต้มที่เก็บได้, จำนวนประตูที่ทำได้ ฯลฯ ซึ่งเกมในวันอาทิตย์นี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบชิ้นใหญ่สำหรับ โซลชา และถ้าผ่านมันไปได้ด้วยดีแล้วล่ะก็ เขาก็อาจจะมีโอกาสได้ดวลกับ คล็อปป์ ในฤดูกาลหน้าต่อก็ได้ เพียงแต่มันจะเปลี่ยนจากการเป็น “กุนซือชั่วคราว” ไปเป็น “กุนซือถาวร”

ยกสองมาแล้ว! เรื่องน่ารู้ก่อนถึงเกมแดงเดือด
Share.

About Author