คืนความยิ่งใหญ่! สิ่งที่ แมนยู ต้องทำหากหวังกลับไปเหมือนยุคเฟอร์กูสัน

0

นับได้ว่าช่วงนี้แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คงมีความสุขเหมือนขึ้นสวรคค์ชั้น 7 หลังจากที่ทีมรักของพวกเขาทำผลงานได้สุดยอด เก็บชัยชนะได้ครบทั้ง 5 นัด นับตั้งแต่ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราว แถมโดยรวมแล้วสไตล์การเล่นของทีมก็ดีขึ้นอีกต่างหาก รวมถึงยังพยายามเล่นเกมบุกอย่างเต็มที่ด้วย

   ภาพรวมทั้งหมดสวนทางกับยุคสมัยของ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือคนเก่าอย่างเห็นได้ชัด การเล่นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของเหล่านักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ถือเป็นหนึ่งในหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าตอนนี้ทีมมีบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก และน่าจะกลับมาอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง

   อย่างไรก็ตาม การจะบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้กลับไปเหมือนในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือของทีมก็อาจจะเป็นคำพูดที่เกินเลยไปเยอะ โซลชา เพิ่งทำทีมมาแค่ 5 นัดเท่านั้น ผลงานของเขายังไม่ได้รับประกันว่าเขาจะชุบชีวิตทีมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งถ้าเกิด “ปีศาจแดง” อยากกลับมีสภาพเหมือนในยุคของ เฟอร์กูสัน แล้วล่ะก็ พวกเขาก็ต้องทำเรื่องสำคัญๆ ทั้งในตอนนี้และในอนาคตทั้งหมด 3 จุดด้วยกัน

   – ผลักดันดาวรุ่งเต็มที่
หนึ่งในสิ่งที่คนจะนึกถึงมากที่สุดเมื่อพูดถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ เฟอร์กูสัน คือ “คลาส ออฟ 92” หรือเหล่าแข้งเยาวชนจากอะคาเดมี่ของสโมสรที่ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมได้ นักเตะที่อยู่ในกลุ่มนั้นมีทั้ง ไรอัน กิ๊กส์, เดวิด เบ็คแฮม, พอล สโคลส์, แกรี่ เนวิลล์, ฟิล เนวิลล์ และ นิคกี้ บัตต์ โดยนอกจากจะเป็นกำลังหลักของทีมแล้วนั้น พวกเขายังช่วยให้ทีมได้แชมป์มาครองเป็นกอบเป็นกำด้วย

   อย่างไรก็ตาม ถ้าว่ากันตามตรงแล้วในปัจจุบันมันไม่มีนักเตะดาวรุ่งคนไหนที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้เป็นอย่างดีเหมือนในยุคนั้นเลย จริงอยู่ว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด เป็น 2 ผลผลิตจากอะคาเดมี่ของสโมสรที่ดูมีแววเป็นยอดนักเตะได้ในอนาคต แต่พวกเขาก็ยังพัฒนาฝีเท้าได้ไม่ดีเท่าที่ควร

   ถึงกระนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ควรให้โอกาสทั้งคู่ลงเล่นต่อไป เพื่อทำให้พวกเขาพัฒนาฝีเท้าไปได้เรื่อยๆ นอกจากนี้ ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็ต้องผลักดันดาวรุ่งชั้นยอดขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องหลังจากนี้ด้วย ปัจจุบันพวกเขามีแข้งดาวโรจน์ที่ทำผลงานได้ดีในระดับเยาวชน จนดูมีอนาคตสดใสหลายราย และสิ่งที่แข้งเหล่านี้รออยู่คือ “โอกาส” เท่านั้น

   – ทำให้กลุ่มตัวสำรองแข็งแกร่งกว่านี้
นับตั้งแต่ที่หมดยุคของ เฟอร์กูสัน ไปแล้วนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ใช้เงินเสริมทัพไปเยอะมาก ซึ่งนั่นทำให้มันดูเหมือนว่าขุมกำลังของพวกเขาดีพอแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าเจาะลึกลงไปจริงๆ มันก็จะพบว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำผลงานที่ยอดเยี่ยมกับทีมได้จริงๆ ขณะที่หลายรายเป็นการซื้อที่ผิดพลาด จนทำให้ต้องเสียทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อยไปโดยใช่เหตุ

   คุณภาพที่ต่างกันเกินไประหว่างตัวจริงกับตัวสำรองมันส่งผลอย่างมาก เพราะมันทำให้บางครั้งนักเตะกลุ่มตัวจริงตายใจ เล่นแบบชิลๆ เพราะมั่นใจว่าพวกเขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแน่นอน และนั่นก็ส่งผลเสียกับผลงานของทีมไปด้วย ในทางกลับกัน ถ้าเกิดตัวสำรองมีคุณภาพดี มันก็จะทำให้เหล่าตัวจริงตื่นตัว และพัฒนาฝีเท้าของพวกเขาอย่างเต็มที่

   ตลอดเวลาที่ผ่านมามีข่าวลือว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังคิดที่จะหาคนมาเป็นผู้อำนวยการฟุตบอลของทีม ซึ่งการเพิ่มความแข็งแกร่งในกลุ่มตัวสำรองก็เป็นหนึ่งในโจทย์ที่คนๆ นั้นต้องแก้ไขให้ได้ และบอร์ดบริหารก็ต้องให้การสนับสนุนเรื่องงบอย่างเต็มที่ด้วย

   – ทำให้ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นที่หวาดกลัวของคู่แข่งอีกครั้ง
ชนะ 81 เกม, เสมอ 6 นัด และแพ้ 8 หน คือผลงานในเกมเหย้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด เวลาลงเล่นเกมลีกในช่วง 5 ฤดูกาลสุดท้ายที่พวกเขามี เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือ ถ้าคิดเป็นเฉลี่ยต่อฤดูกาลก็อยู่ที่ชนะ 16.2 นัด, เสมอ 1.2 เกม และแพ้ 1.6 หน เรียกได้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาได้เล่นในบ้าน หลายคนก็ยกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสชนะสูงตั้งแต่ก่อนลงสนามแล้ว และมันก็ทำให้หลายทีมมักจะหวาดกลัวสุดๆ ในการมาเยือนโรงละครแห่งความฝัน

   หลายคนคงสงสัยว่าผลงานการเล่นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ใน 5 ฤดูกาลแรกนับตั้งแต่หมดยุคของ เฟอร์กูสัน หรือก็คือตั้งแต่ซีซั่น 2013-14 จนถึงฤดูกาล 2017-18 มันเป็นยังไง คำตอบก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะในบ้าน 58 เกม, เสมอ 22 นัด และแพ้ 15 หน แบ่งเป็นค่าเฉลี่ยต่อซีซั่นที่ชนะ 11.6 นัด, เสมอ 4.4 เกม และแพ้ 3 หน เรียกได้ว่าแย่กว่าสมัยของ เฟอร์กูสัน อย่างชัดเจน ส่วนฤดูกาลนี้ผลงานเกมเหย้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่ชนะ 6 เกม เสมอ 3 นัด และแพ้ 1 หน

   ไม่ว่าจะทั้งในยุคของ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล หรือ มูรินโญ่ การมาเก็บแต้มออกจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากจนถึงขั้นแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับเหล่าคู่แข่งอีกต่อไป จนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด โดนทีมอื่นล้อเลียนว่าสนามของพวกเขาเป็นที่บริจาคแต้มไปแล้ว ซึ่งนี่คือจุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องแก้ไขให้ได้ ไม่ว่าจะทั้งในตอนนี้ที่ทีมอยู่ในมือของ โซลชา และในยุคของคนอื่นถ้าหากอดีตดาวยิงชาวนอร์เวย์ไม่ได้อยู่คุมทีมต่อ

       เครดิต : Siamsport

 

Share.

About Author