ยุคใหม่สุดไฉไล! สิ่งที่ เอเมรี่ ปรับเปลี่ยนจนพา อาร์เซน่อล ฟอร์มหรู

0

การบอกลาทีมไปของ อาร์แซน เวนเกอร์ หลังจบฤดูกาล 2017-18 ทำให้หลายคนตั้งประเด็นว่า อาร์เซน่อล จะเข้าสู่ยุคตกต่ำหรือไม่ เพราะ เวนเกอร์ ทำงานให้ “ไอ้ปืนใหญ่” มาเป็นเวลานาน และสร้างรากฐานเอาไว้ให้ทีมอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ต้องบอกว่า อูไน เอเมรี่ ผู้จัดการทีมคนใหม่ของ อาร์เซน่อล แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถรักษามาตรฐานของทีมเอาไว้ได้ โดยหลังจากแพ้ 2 นัดแรกของซีซั่นแล้วนั้น ทีมของ เอเมรี่ ก็เก็บชัยชนะมา 10 นัดติดต่อกันในทุกรายการแล้ว นอกจากนี้ ไอ้การปราชัย 2 เกมที่ว่าก็ไม่ใช่เรื่องที่ดูร้ายแรงอะไร เพราะคู่แข่งที่ทีมของเขาแพ้ให้คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี นั่นเอง

ทั้งนี้ หลังจากเข้ามารับงานต่อจาก เวนเกอร์ แล้วนั้น เอเมรี่ ก็ทำการปรับเปลี่ยนบางอย่างจากทีมในช่วงท้ายๆ ยุคของ เวนเกอร์ จนทำให้ทีมมีผลงานดีสุดๆ ซึ่งจุดสำคัญๆ ที่ เอเมรี่ ทำการปรับเปลี่ยนมีดังต่อไปนี้

– ขึ้นเกมจากแดนหลัง
ในช่วงท้ายๆ ยุคของ เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศสเน้นให้ทีมเล่นด้วยแผน 4-3-3 ทั้งที่มันไม่ได้ผลลัพธ์ดีเท่าที่ควร ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือการที่รูปเกมของ อาร์เซน่อล ไม่ไหลลื่นเหมือนในช่วงที่ เวนเกอร์ สร้างชื่อกับ อาร์เซน่อล ขึ้นมาได้

ทั้งนี้ เอเมรี่ ยังคงให้ทีมเน้นการต่อบอลแบบต่อเนื่องเหมือนในสมัยของ เวนเกอร์ เพียงแต่เขาให้ทีมต่อบอลตั้งแต่จากแดนหลังเลย โดยบางครั้งถึงขนาดเริ่มต้นจากตำแหน่งผู้รักษาประตูด้วยซ้ำ ซึ่งข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของ อาร์เซน่อล ชุดนี้คือการมี แบร์นด์ เลโน่ เป็นนายทวารนั่นเอง เพราะ เลโน่ ดูจะเหมาะกับระบบแบบนี้พอตัว

– ใช้งานมิดฟิลด์ตัวรับตามธรรมชาติ
ในช่วงที่ อาร์เซน่อล ยุคของ เวนเกอร์ ขับเคี่ยวชิงความเป็นหนึ่งในวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างต่อเนื่องนั้น เป็นเพราะพวกเขามีกองกลางตัวรับชั้นยอดอย่าง ปาทริค วิเอร่า ทำหน้าที่ตัดเกมแดนกลาง และคุมเกมให้ทีม นอกจากนี้ อาร์เซน่อล ยังเคยมี จิลแบร์โต้ ซิลวา กองกลางชาวบราซิเลียนคอยรับหน้าที่แบบเดียวกันด้วย

เอเมรี่ เหมือนจะเข้าใจตรงจุดนั้น เขาคว้าตัว ลูคัส ตอร์เรยร่า มิดฟิลด์ตัวรับทีมชาติอุรุกวัย ชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2018 มาจาก ซามพ์โดเรีย เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และตอนนี้ ตอร์เรยร่า ก็เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งของทีมไปแล้ว หลังจากได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกตลอดช่วง 4 นัดหลังสุด แถมในขุมกำลังชุดนี้ของ อาร์เซน่อล ก็มี มัตเตโอ กูเอนดูซี่ เป็นมิดฟิลด์ตัวรับฝีเท้าดีอีกคนหนึ่งด้วย หลังจากที่ กูเอนดูซี่ มีความสามารถในการเข้าสกัดบอลที่ดี และยังเก็บบอลเอาไว้กับตัวได้ดีเช่นกัน

– ไล่กดดันสูง
ปัจจุบันมีกุนซือชื่อดังหลายคนที่เน้นให้ทีมของพวกเขาไล่กดดันอีกฝ่ายตั้งแต่ในแดนคู่แข่ง อย่างเช่น โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนฯ ซิตี้, เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล และ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้ว เอเมรี่ คือกุนซือชั้นนำที่เอาสไตล์การเล่นแบบนี้มาใช้ตั้งนานแล้ว โดยเขาเคยให้ บาเลนเซีย เล่นด้วยระบบนี้ ก่อนจะเอาไปใช้กับ เซบีย่า ต่อ ขณะที่พอไปคุม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เขาก็ยังไม่ทิ้งสไตล์นี้เหมือนกัน และตอนนี้เขาก็ให้ อาร์เซน่อล เล่นแบบนั้นด้วย

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่านักเตะแนวรุกของ อาร์เซน่อล ในยุคของ เอเมรี่ จะวิ่งไล่บอลในฝั่งของคู่แข่งบ่อยมาก เพื่อรีบเอาบอลกลับมาครองให้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นต่างไปจากยุคของ เวนเกอร์ พอตัว หลังจากที่กุนซือว่างงานชาวฝรั่งเศสมักจะไม่ให้เหล่าสตาร์ดังในแนวรุกทำหน้าที่กดดันคู่แข่งมากเท่าไหร่ และจนถึงตอนนี้ก็ต้องบอกว่าแผนนี้มันได้ผลดีเลยทีเดียว

เครดิต : Siamsport

Share.

About Author